Tag Archives: กิจการเพื่อสังคม

ผลิตผลจาก Social Enterprise สู่ Private Dinner สุดพิเศษที่ Chef’s Table by Chef Art

ผลิตผลจาก Social Enterprise สู่ Private Dinner สุดพิเศษที่ Chef’s Table by Chef Art

imageจาก Blog ที่แล้วที่ได้กล่าวถึงบทบาท Social Enterprise ของสิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่ได้สร้างสรรค์อะไรหลายๆอย่างให้กับชุมชนไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน สร้างความเจริญให้กับชุมชน การให้ความรู้ด้านการเกษตร และยังผลให้สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืนดังที่ได้กล่าวไปในบนความที่แล้ว และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสทานมื้อค่ำสุดพิเศษที่ Chef’s Table by Chef Art ซึ่งวัตถุดิบที่ได้รังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ทุกๆจานทุกๆเมนูล้วนเป็นผลิตผลจาก Social Enterprise ที่ทางสิงห์ปาร์ค เชียงรายได้ดำเนินการมาหลายปี ซึ่งมีโอกาสไม่มากนักที่จะได้ชิมอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันจากฝีมือของ Chef Art ดังนั้นจึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

imageimageimageหนึ่งทุ่มตรงเป็นเวลานัดของพวกเราเพื่อที่จะรีวิวอาหารเมนูสุดพิเศษที่บ้านของเชฟอาร์ตซึ่งอยู่ในซอยเอกมัย 10 แม้จะอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ แต่เมื่อเข้าไปถึงตัวบ้าน กลับดูเงียบสงบและอบอุ่น โดยมีเชฟอาร์ตและทีมงานอีกสองคนรอต้อนรับอยู่แล้ว หลังจากไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบพอประมาณแล้ว พวกเราก็รออย่างใจจดใจจ่อว่าเมนูที่เชฟได้คิดค้นโดยผลผลิตจาก Social Enterprise ที่สิงห์ปาร์ค เชียงรายจะออกมาในรูปแบบไหน… ไม่นานนักเมนูแรกก็คลอดออกมา Foie gras black truffle mousse with port wine reduction and truffle foam จะเรียกได้ว่าเป็น Appetizer ก็ไม่ผิดนักเพราะมาในแก้วช็อตพอดีคำ กลิ่นหอมมันของเมนูนี้เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของเห็ดทรัฟเฟิล และความมันของตับห่านเข้ากันได้อย่างลงตัวจนไม่รู้สึกถึงความคาวของ Foie gras

image imageไม่นานนักเมนูแรกก็พร้อมเสิร์ฟ จากการปรุงอย่างพิถิพิถัน นั่นก็คือ Sears scallop with confit habanero garlic puree and juju bee salad ซึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ได้จากโครงการ Social Enterprise นั่นก็คือพริก Habanero ซึ่งได้ทดลองปลูกที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย มีลักษณะเด่นคือเผ็ดร้อนจัดจ้าน แต่ให้กลิ่นที่เด่นชัดเป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อถูกปรุงแต่งจากเชฟแล้ว ทำให้เมนูทานได้ง่ายขึ้นเพราะรสไม่จัดจนเกินไป

imageเมนูถัดมาที่อยากให้ลองชิมนั่นก็คือ Kale valoute with salmon confit caviar แซลม่อน กับซุปผัก Kale แน่นอนว่าพระเอกของเราในจานนี้นั่นก็คือผัก Kale ที่ให้สารอาหารสูงมากโดยเฉพาะโปรตีนที่ไม่เป็นรองเนื้อสัตว์เลยก็ว่าได้ แต่โดยปกติแล้วผัก Kale หรือคะน้าใบหยิกจะมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรง หากเป็นคนที่ไม่ชอบผักจะไม่ถูกปากสักเท่าไหร่ แต่สำหรับเมนูนี้แล้วผมคิดว่าเป็นซุปผักที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยชิมมา เพราะนอกจากจะไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวแล้วยังปรุงออกมาได้กลมกล่อมสุดๆ เข้ากับ Salmon ได้เป็นอย่างดี

imageมาถึงเมนู Pasta กันบ้างนั่นก็คือ Homemade fettuccine lobster with kale pesto cream sauce ที่เห็นครั้งแรกถึงกับน้ำลายไหลเพราะก้าม Lobster ที่โปะบนเส้นเฟตตูชินี่ผัดพร้อมกับซอสที่ทำจากผัก Kale ผลผลิตจาก Social Enterprise อีกเช่นเคย เรียกได้ว่าฟินกับเมนูนี้เพราะไม่บ่อยนักที่จะได้ทาน Lobster แบบจมเขี้ยวแบบนี้

image imageหลังจากทานซีฟู๊ดมาจนเกือบหมดมหาสมุทรแล้วก็มาถึง Main dish จานสุดท้ายนั่นก็คือ Red wine poached Aus grain fed tenderloin ที่ใช้เนื้อสันในที่มีความนุ่มอยู่แล้วเมื่อผ่านกรรมวิธีเฉพาะของเชฟทำให้เนื้อแทบจะละลายในปาก เมื่อทานคู่กับมันบดสูตรเฉพาะที่เนียนสุดๆแล้วทำให้จานนี้เข้ากันได้เป็นอย่างดี

imageผ่านเมนูหนักๆมาหมดแล้ว จานสุดท้ายจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Dessert ที่ได้กลิ่นหอมของ Chocolate lava มาตั้งแต่อยู่ในเตาอบ มาพร้อมกับเสาวรสและ Mixed berry ความหอมหวานของ Chocolate ร้อนๆตัดกับความเปรี้ยวของผลไม้ อีกทั้งยังมีไอสกรีม Vanilla อยู่ข้างๆ แม้จะต่างกันอย่างสุดขั้วทั้งความหวานความเปรี้ยว ร้อนหรือเย็นก็สามารถอยู่ในจานเดียวกันได้อย่างลงตัว

imageเมื่อสังเกตเห็น Raspberry  และ Blueberry อยู่บนจานทำให้นึกขึ้นได้ว่า ที่สิงห์ปาร์ค เชียงรายได้ทดลองปลูกหลายๆชนิดในโครงการ Social Enterprise หนึ่งในนั้นก็คือตระกูล Berry ซึ่งได้แก่ Mulberry, Strawberry, Raspberry และ Blueberry ซึ่งสองชนิดหลังนี้ถือว่าค่อนข้างใหม่กับเมืองไทย โดยเฉพาะ Blueberry ที่ได้ทดลองปลูกในแปลงทดลองในหลายๆ Condition เพื่อค้นหาปัจจัยที่จะให้ผลผลิตที่ได้คุณภาพดีที่สุด และสามารถปลูกได้จริง

image imageหลังจากเสร็จจาก Dinner มื้อนี้แล้วก็ได้เดินทางกลับบ้านพร้อมความประทับใจกับรสชาติของอาหารแบบไม่รู้ลืม และอิ่มเอิบใจที่ได้เห็นวัตุดิบจากการปลูกและการดูแลโดยชาวบ้านในโครงการ Social Enterprise ของสิงห์ปาร์ค เชียงราย โดยเฉพาะ Blueberry ที่กำลังทดลองปลูกอยู่ขณะนี้ ผมเชื่อว่าในอนาคตอาจจะได้เห็นผลผลิตของ Blueberry และพืชชนิดอื่นๆเช่นพริก Habanero, ผัก Kale จากสิงห์ปาร์ค เชียงรายออกสู่ท้องตลาดพร้อมกับความภูมิใจว่าประเทศไทยก็สามารถปลูกพืชราคาแพงได้ไม่ต่างจากต้นกำเนิด

Social Enterprise : กิจการเพื่อสังคม ความยั่งยืนที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย มอบให้กับชุมชน

Social Enterprise : กิจการเพื่อสังคม ความยั่งยืนที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย มอบให้กับชุมชน

imageหลายๆคนคงคุ้นเคยกับคำว่า CSR (Corporate social responsibility) ที่มีหลายๆหน่วยงานปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นเวลานานหลายปีเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม หรือสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่นปลูกป่า, สร้างโรงเรียน ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการคืนกำไรกลับสู่สังคม แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งยังมีอีกกิจกรรมหนึ่งที่เรียกว่า Social Enterprise (กิจการเพื่อสังคม) ที่นอกจากจะได้คืนกำไรให้กับชุมชมที่ตั้งอยู่แล้ว ยังสามารถสร้างเสริมชุมชนให้มีความรู้ มีงานทำอย่างยั่งยืน และยังสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างลงตัว และเมื่อไม่กี่วันทางผ่านมาผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมสิงห์ปาร์ค ในมุมที่หลายๆคนยังไม่เคยสัมผัส กับกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ที่สิงห์ปาร์ค เชียงรายได้ริเริ่มมาเป็นเวลานานหลายปีครับ

imageimageไม่กี่ปีมานี้ หากใครได้มาที่จังหวัดเชียงราย เชื่อว่าหลายๆคนคงจะได้มาเยือนสิงห์ปาร์ค เชียงรายเพราะนอกจากจะมีไร่ชากว้างขวาง มีความสวยงามของดอกไม้นานาชนิด มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ต่างๆจากเมืองหนาวแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจเพราะมีเส้นทางจักรยานที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆของประเทศ กิจกรรม Zipline โหนสลิงไต่ยอดชา สวนสัตว์ซาฟารีขนาดย่อมๆที่มีม้าลาย ยีราฟ และวัววาตูซี่ หรือจุดชมวิวสวยๆในสิงห์ปาร์ค

image imageนอกจากกิจกรรมและความสวยงามแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญของสิงห์ปาร์คนั่นก็คือผลผลิตทางการเกษตรที่ทางไร่ได้ดำเนินกิจการเพื่อสังคม Social Enterprise มาเป็นเวลาเนิ่นนาน โดยที่ผลผลิตทางการเกษตรของสิงห์ปาร์ค ก็มีมากมายเช่น ชาอู่หลงเบอร์ 12, เสาวรส, พุทราไต้หวันสายพันธุ์ซื่อหมี่, Strawberry, Raspberry, Blueberry รวมไปถึง Mulberry หรือที่คนไทยรู้จักกันดีคือต้นหม่อน เพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำผลไม้เข้มข้น แต่ในส่วนของ Blueberry ทางสิงห์ปาร์ค ยังอยู่ในการทดลองปลูกเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดและหลังจากนั้นจึงจะนำไปขยายลงแปลงจริงที่ถูกเตรียมไว้

image image image image imageพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทดลองปลูกและสามารถเพาะพันธุ์ได้เป็นผลสำเร็จนั่นก็คือ พริกฮาบาเนโร่ (Hananero) ที่มีความเผ็ดจัด เป็นอันดับต้นๆของโลก และมีความหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสเผ็ดอย่างแท้จริง ซึ่งที่สิงห์ปาร์คน่าจะเป็นที่แรกที่สามารถปลูกพริกชนิดนี้ได้สำเร็จ ตัวผมเองได้ลองชิมแล้ว ขอบอกว่าเผ็ดกว่าพริกขี้หนูเยอะ และกลิ่นหอมของพริกชนิดนี้เป็นเอกลักษณ์จริงๆ ซึ่งพริกชนิดนี้จะเข้ามาเป็นเมนูแนะนำในร้านภูภิรมย์ครับ

image imageimageโรงเพาะเห็ดของสิงห์ปาร์คก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ให้ผลผลิตกับทางไร่อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการเพาะพันธุ์เห็ดหลากหลายชนิดได้แก่เห็ดหอม เห็ดหลินจือ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม ฯลฯ โดยได้เข้าไปเยี่ยมชมวิธีการเพาะเห็ดตั้งแต่เตรียมก้อนขี้เลื่อย เพาะเชื้อ ไปจนถึงเก็บผลผลิต เรียกได้ว่าครบวงจรแบบไม่มีกั๊กเลยทีเดียว

image image imageโดยเบื้องหลังความสำเร็จของสิงห์ปาร์คทุกวันนี้ตามแนวทางกิจการเพื่อสังคม Social Enterprise เพราะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากชุมชนเพราะพนักงานในไร่ทั้งหมดกว่า 1,200 คนเป็นชาวบ้านที่อยู่รอบๆสิงห์ปาร์ค และส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย ดังนั้นจึงอยู่ร่วมกันในรูปแบบการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยคุณสันติ ภิรมย์ภักดี มีนโยบายหนึ่งที่ผมประทับใจมากคือ “สิงห์ปาร์คจะไม่มีการสร้างรั้วกั้นอาณาเขต เพราะเรามีชาวบ้านเป็นรั้วให้กับเรา ช่วยดูแลกันและกัน” และผลประโยชน์ที่ได้จากไร่ก็นำไปต่อยอดสร้างประโยชน์ต่อไปเรื่อยๆไม่รู้จบ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ชาวบ้านมาเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมในไร่ด้วยเช่นกัน

image imageจะเห็นได้ว่ากิจการเพื่อสังคม Social Enterprise ที่ทางสิงห์ปาร์ค เชียงรายได้นำเข้ามาใช้สามารถสร้างประโยชน์ได้จริงกับทุกๆฝ่าย เพราะนอกจากจะเป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายแล้ว ยังสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน นำพาความเจริญและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวบ้าน พาคนหนุ่มสาวกลับสู่บ้านเกิดได้อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่ ญาติพี่น้องที่ตัวเองรักก็ถือว่าสิงห์ปาร์ค ได้ทำกิจการเพื่อสังคม Social Enterprise อย่างแท้จริง…
imageห้าโมงเย็นผมเห็นพนักงานหลังจากเลิกงาน และเดินทางกลับบ้านพร้อมรอยยิ้มที่จะได้ไปอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง โดยไม่ต้องรอเทศกาลหยุดยาวเหมือนเมื่อครั้งที่ต้องจากบ้านไปทำงานไกลๆ… รอยยิ้มเล็กๆก็ผุดขึ้นมาในใจของผม…

image